เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
Enconcept : English is Alive "ภาษามีชีวิต อังกฤษพ้นกรอบ"

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รวม Link ทบทวน GAT และ ข่าวน้ำท่วมกระทบรถไฟฟ้าใต้ดิน

สวัสดีค่ะน้องๆ ขอต้อนรับกลับเข้าสู่ Blog ของพี่แนน นะคะเป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งตอนนี้ลุกลามเข้ามาถึง
เขตกรุงเทพมหานครแล้ว ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ที่เคยถูกท่วมมาแล้ว ก็หวังว่า
น้ำที่เริ่มลดลงจะทำให้การใช้ชีวิตกลับเข้าสู่สภาวะปกติกันนะคะ
น้องๆหลายคน และครอบครัว evacuate v. อพยพกันไปที่ปลอดภัย
shelter n. แปลว่าที่พักพิง, ที่กำบังค่ะ แต่บางคนก็ถือโอกาสเป็น vacation n.
ช่วงพักผ่อน เดินทางไปเที่ยวในต่างจังหวัดที่น้ำไม่ท่วม หรือต่างประเทศเลยก็มี



อย่างไรก็ตามแล้วพี่แนนไม่อยากให้น้องๆ ห่างเหินกับการเตรียมตัวสอบ
และการทบทวนความรู้ภาษาอังกฤษอยู่เสมอนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
น้องๆ ม.6 ที่หลังน้ำลดแล้วต้องสอบ GAT, PAT กัน พี่แนนได้เตรียม content

ไว้ให้น้องๆได้ทบทวนแล้ว ใครยังไม่เคยเข้ามาติดตาม ก็เข้าไปอ่านได้ตาม link ต่อไปนี้ค่ะ



20OCT11 ข้อสอบ GAT Vocabulary (Polysemy)

21OCT11 ข้อสอบ GAT Vocabulary (Odd One Out)
22OCT11 ข้อสอบ GAT Reading (Sign)
23OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 1
24OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 2
25OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 3
26OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 1)
27OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 2)
28OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 3)

นอกจากนี้แล้วก็ยังมี "ตรง ชัด ลึก ออนไลน์" ให้น้องๆได้ทบทวนกัน
ติดตามได้จาก facebook.com/krupnan
และทาง Youtube ที่ Enconcept TV นะคะ
อย่ายอมแพ้น้องน้ำ ที่เข้าได้ทั้ง ม.ธรรมศาสตร์ ม.เกษตร ม.ศิลปากร ม.มหิดล ฯลฯ
สู้ตายนะคะน้องๆ :)

ตอนนี้เรามาติดตามข่าวสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ กันหน่อยค่ะ

Subway at risk from advancing floods

รถไฟฟ้าใต้ดินมีความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่คืบหน้าเข้ามา


subway n. คือรถไฟฟ้าใต้ดินค่ะ = underground
นอกจากนี้ยังมีความหมายเหมือน tunnel n. อุโมงค์ทางเดินใต้ดินก็ได้
บางประเทศก็เรียกรถไฟฟ้าหรือทางเดินใต้ดินว่า tube n. นะคะ
tube คำนี้ แปลว่า television โทรทัศน์ก็ได้ค่ะ
(มาจากหลอดภาพที่มีประจุไฟฟ้าวิ่งอยู่ข้างใน)
ส่วนคำว่า pipe n. หมายถึง ท่อ ค่ะ
หลอดดูดน้ำ เราเรียกว่า straw n. นะคะ

ทราบไหมคะว่า MRT คืออะไร มันย่อมาจาก Mass Rapid Transit
ระบบขนส่งมวลชนที่ขนส่งได้มากและรวดเร็ว
เพราะคำว่า rapid adj. รวดเร็ว, ฉับไว
เพลง rap n. คือเพลงที่มีเนื้อร้องเร็วๆ จังหวะถี่ๆ นั่งเองค่ะ

transit n. การเดินทาง
transition n. แปลเหมือน shift คือเปลี่ยนผ่านหรือส่งผ่าน

risk n. อันตราย เป็น v. หมายถึงการเสี่ยงภัยค่ะ
สำนวน at risk จะเหมือน endanger v. ตกอยู่ในอันตราย

advancing มาจากคำว่า advance เคลื่อนไปข้างหน้าหรือคืบหน้า
in advance adj., adv. คือล่วงหน้าค่ะ

โดยสถานนีที่อยู่ใกล้ถนนพหลโยธิน และถนนลาดพร้าว ได้ทำ barrier n. แนวกั้น
เตรียมพร้อมรับมือแล้วนะคะ โดยสามารถเสริมให้สูงได้เกือบ 3 เมตร
สาเหตุเดียวที่จะหยุดเดินรถไฟฟ้าใต้ดินคือการตัด electricity n. กระแสไฟฟ้าเท่านั้นค่ะ

อย่างนี้แล้ว ถ้าจะเดินทางไปไหน วางแผนและเผื่อเวลากันดีๆนะคะ
ติดตาม Blog ของพี่แนนได้เป็นประจำ มีคำถามหรือข้อสงสับ comment ไว้ได้
ที่ facebook.com/krupnan นะจ๊ะ

อ่านแล้วอย่าลืมกด share ให้เพื่อนๆ ใน facebook ด้วยนะคะ

KruP'Nan :)


28OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 3)

สวัสดีค่ะน้องๆ Blog นี้เป็นครั้งสุดท้ายของ series ทบทวนความรู้
ก่อนสอบ GAT นะคะ อย่างไรแล้ว น้องๆสามารถติดตาม "ตรง ชัด ลึก online"
ได้ทาง Facebook ของพี่แนน หรือทาง Youtube ของ Enconcept TV
อย่าลืมไป subscribe v. สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับข่าวสารที่ Enconcept TV
บน Youtube จะได้ทราบว่ามี clips อะไรมา update บ้างนะจ๊ะ

ครั้งก่อนที่พี่แนนได้ทิ้งท้ายโจทย์ Error Identification ปิดท้ายเอาไว้


27OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 2)


http://krupnan.blogspot.com/2011/10/27oct11-gat-grammar-error-2.html


โจทย์ข้อนี้ วันนี้เรามาเฉลยกันเลยค่ะ


They point out that, (1) despite of their (2) advanced age,
(3) nearly a fifth of the women in the oldest group remained
(4) emotionally vital.



อย่างที่พี่แนนบอกไปแล้วว่า วิธีการทำข้อสอบ Error Identification นั้น
มีขั้นตอนดังนี้

1. วิเคราะห์โครงสร้างของประโยคด้วย Strategic Structure
2. ดูว่าโจทย์วัดความรู้ Grammar หัวข้อใด โดยดูส่วนที่ขีดเส้นใต้ (underlined parts)
3. พิจารณาตามหัวข้อ Grammar นั้นๆ โดยคิดตาม Tree-Tactics ค่ะ



จากโจทย์ข้อนี้ เราสามารถวิเคราะห์โครงสร้างของประโยคได้ว่า
They เป็นประธานของประโยค
point out เป็นกริยาของประโยค
หลัง that ทั้งหมดที่เป็นประโยคย่อยนั้น ให้มองมันเป็นก้อนเดียวกัน
ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยคนี้นะคะ



[(1) despite of their (2) advanced age,
(3) nearly a fifth of the women in the oldest group remained
(4) emotionally vital.]

และในประโยคย่อยนี้ ก็ต้องมีโครงสร้างประโยคเป็นของตัวเองเช่นกัน
ขึ้นต้นด้วย despite จนถึง age เป็น modifier นะคะ
(มันคือ clause with connector ที่มาขยายค่ะ)
ประธานคือ women โดยมี nearly a fifth of และ in the oldest group เป็นส่วนขยาย
กริยาของประโยคย่อย คือ remained
และ complement คือ vital ค่ะ



แปลรวมๆได้ทั้งประโยคว่า พวกเขาชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าอายุจะมาก
เกือบหนึ่งในห้าของผู้หญิงกลุ่มที่อายุมากที่สุดยังคงมีความสำคัญทางด้านอารมณ์

(4) emotionally เป็น adv. ขยาย adj. คือคำว่า vital ถูกต้องแล้ว

เพราะ adv. ทำหน้าที่ขยายได้ทั้ง v., adj., adv., phrase, clause ค่ะ

(3) nearly แปลว่าเกือบ มาขยาย a fifth of ก็ถูกแล้ว

(2) advanced adj. แปลว่าล่วงหน้าหรือล่วงเลย พวกที่มีอายุล่วงเลย
ก็คือที่มีอายุมากนั่นเอง advanced age ถูกแล้วค่ะ



ดังนั้น ข้อที่ผิดก็คือ (1) นั่นเอง despite ตามด้วยคำนาม แต่ไม่ต้องมี of นะคะ


ขออธิบายคำศัพท์อีกเล็กน้อย


point out (phrasal verb) มุ่งไปที่, ชี้ให้เห็น

remain v. ยังคง, ยังเหมือนเดิม, เหลืออยู่
แต่ถ้าเติม s เข้าไป remains n. จะแปลว่าซากศพค่ะ


emotion n. อารมณ์หรือความมรู้สึก = feeling
emotional adj. เกี่ยวกับอารมณ์, ถืออารมณ์เป็นใหญ่


vital adj. เกี่ยวกับชีวิต, จำเป็น หรือสำคัญมาก


ฝึกทำโจทย์ และทบทวนบ่อยๆ เพื่อจะได้เกิดความชำนาญในการทำข้อสอบนะคะ
เวลาที่ฝึกทำโจทย์ ก็เท่ากับว่าเราได้ทบทวนหัวข้อ Grammar และคำศัพท์ไปด้วย
การที่เราทำโจทย์ไว้มากๆ พอเจอข้อสอบจริง เราจะไม่ประหม่า ประหยัดเวลาทำได้
และยังช่วยให้เรารู้จุดหลอกของข้อสอบด้วยค่ะ

แล้วอย่าลืมเข้ามาทบทวน ศัพท์ สำนวน จากข่าวที่น่าสนใจใน Blog พี่แนนเช่นเคยนะคะ 



พี่แนน

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

27OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 2)

สวัสดีค่ะน้อง เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับการฝึกทำข้อสอบ Grammar
น้องๆหลายคนบ่นว่า ไม่ชอบเลย ข้อสอบ Error Identification นั้นยาก
จริงๆแล้ว ถ้าน้องๆฝึกทำอย่างเป็นขั้นตอน คิดอย่างเป็นระบบแล้วไม่ยากเลยค่ะ
มันเพียงแค่ดูเหมือนเยอะ เพราะเราต้องพิจารณาหัวข้อ Grammar อย่างน้อย
4 เรื่อง ตรง 4 จุดที่โจทย์ขีดเส้นใต้มาเท่านั้นเองนะคะ



อย่างที่พี่แนนบอกไปว่า อันดับแรก เราต้องวิเคราะห์ประโยคกันก่อน โดยใช้
Strategic Structure หรือโครงสร้างเชิงกลยุทธ์

จากโจทย์ที่พี่แนนให้ไป เรามาวิเคราะห์โครงสร้างของประโยคกันค่ะ


She wears a black baseball cap (1) reads SECURITY and
a (2) 
bulletproof vest but travels (3) unarmed, partly  (4) for liability reasons. 



ประธานของประโยคนี้คือ She กริยาของประโยคนี้ คือ wears
กรรมของ wares มี 2 ตัวคือ cap และ vest
verb อีกตัวของประโยคอยู่หลังคำเชื่อม but คือ travels นั่นเองค่ะ



แปลรวมๆได้ว่า เธอสวมหมวกเบสบอลสีดำ(มีตัวหนังสือ)อ่านได้ว่า SECURITY
(รักษาความปลอดภัย) และสวมเสื้อกั๊กกันกระสุน แต่ เดินทางไปไหนมาไหน
แบบปลอดอาวุธ เป็นส่วนหนึ่งสำหรับเหตุผลด้านความรับผิดชอบ



พิจารณาทีละจุด ไล่จาก (4) ไปนะคะ
(4) for ตามด้วยคำนาม หรือ V.ing ในข้อนี้ ตามมมาด้วย reasons เป็นคำนาม
      นอกจากนี้ for reasons ยังมีความหมายว่า เนื่องจากเหตุผล... ค่ะ จึงถูกต้องนะคะ
(3) unarmed แปลว่า ปราศจากอาวุธ
      ตรงกันข้ามกับ armed adj. ติดอาวุธ (arm n. นอกจากแปลว่าแขนแล้วแปลว่าอาวุธได้ค่ะ)
(2) bulletproof adj. แปลว่ากันกระสุน เป็น adj. ขยาย n. คือคำว่า vest ก็ถูกต้อง
      ช่วงนี้จะเห็นคำว่า waterproof adj. กันน้ำ บ่อยนะคะ

เมื่อถูกทั้ง 3 ข้อแล้ว ข้อที่ผิดจึงเป็นข้อ (1) นั่นเองค่ะ :)
เพราะว่า ประโยคนี้มีกริยาแท้อยู่แล้วนะคะ สำหรับ read ตรงนี้ต้องทำหน้าที่เป็น
adj. เพื่อขยายคำนามคือ cap การทำให้ verb อยู่ในรูปของ past participle

จะให้ความหมายว่า หมวกถูกอ่านได้ว่า SECURITY ค่ะ
past participle (V.เติม ed หรือ V. ช่อง 3) ของคำว่า read คือ read นั่นเอง
สรุปก็คือ แก้จาก reads เป็น read เฉยๆนะคะ


ขออธิบายหัวข้อ Grammar เพิ่มนิดหน่อยค่ะ
Present Participle VS Past Participle

ทั้ง 2 ตัวนี้หำหน้าที่ขยายคำนาม โดย Present Participle จะมีความหมาย
ว่านามนั้น กระทำกริยาดังกล่าวเอง เช่น The girl [crossing the road] is Linda.
เด็กหญิง คนที่ข้ามถนนอยู่ คือ Linda. น้องๆจะเห็นว่า the girl ทำกริยานั้นเอง

แต่ถ้า Past Participle จะมีความหมายว่า นามนั้นถูกกระทำ เช่น
The girl [hit by a car] is Linda. เด็กหญิง คนที่ถูกรถชน คือ Linda

แบบนี้ hit เป็น v. ช่อง 3 หรือ Past Participle แสดงการถูกกระทำนะคะ


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ตอบถูกกันไหมเอ่ย
ต้องฝึกทำโจทย์บ่อยๆ จะได้มีประสบการณ์ และตอบได้อย่างแม่นยำนะคะ



ก่อนจะเปลี่ยนไปดูโจทย์ Grammar ประเภทอื่นๆ พี่แนนขอทิ้งท้ายโจทย์ Error
ให้น้องๆฝึกทำกันอีกสักข้อนึง

They point out that, (1) despite of their (2) advanced age,
(3) nearly a fifth of the women in the oldest group remained
(4) emotionally vital.



(มาจากข้อสอบ GAT มีนาคม 2554)


ติดตามเฉลยได้ใน Blog ของพี่แนนครั้งต่อไปค่ะ :)

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

26OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 1)

สวัสดีค่ะน้องๆ ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog ของพี่แนนกันเช่นเคย
และตามที่พี่แนน อธิบายเทคนิคการทำข้อสอบ Long Conversation ไป
น้องๆได้เอาไปลองใช้กับโจทย์ข้อสอบ GAT ดูแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างคะ

ตอบกันถูกหรือเปล่า มาติดตามเฉลยได้เลยค่ะ


อย่างที่พี่แนนอธิบายเทคนิคการทำข้อสอบ Conversation ไปว่า เราจะใช้เทคนิค
3s Strategy หรือกลยุทธ์ 3S ที่ประกอบด้วย Situation, Status และ Speaker
มาลองวิเคราะห์โจทย์กันนะคะ


Situation เป็นแบบ Non-typical ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวค่ะ
Status ไม่ได้เป็นทางการ เป็นแบบ colloquial adj. ภาษาชาวบ้าน
เพราะสถานะของผู้พูดคือ เป็นแฟนกันนะคะ (สังเกตจากที่ Liz พูดว่า
 I want to make our trip a romantic one.)
Speaker มีผู้พูด 2 คน คือ Alec และ Liz พูดสลับกันค่ะ



Alec: Have you made a decision about the accommodations yet?
Alec ถาม Liz ว่า คุณตัดสินใจเรื่องที่พักแล้วหรือยัง
Liz: Yes, I have chosen the cottage, not the hotel this time.
Liz ตอบว่า ตัดสินใจแล้ว คราวนี้เราจะไปพักกันที่กระท่อม คราวนี้ไม่ไปโรงแรมจ้ะ

(แบบนี้แสดงว่า เคยไปเที่ยวกันก่อนหน้านี้แล้วเคยพักโรงแรมมาก่อน)
Alec: ___(1)___ Why?
Alec จะต้องพูดว่าอะไร แล้วตามด้วย Why?



(1) 1.) Oh! I like it.       โอ้ ฉันชอบนะ, ทำไมล่ะ อันนี้งงตัวเองนะคะ
                                      บอกว่าชอบแล้วจะถามว่า Why? ทำไม
      2.) It's superb.       มันวิเศษมาก, ทำไมล่ะ อันนี้ก็มึนเหมือน 1.) ค่ะ
     
3.) The cottage?   กระท่อมเนี่ยนะ? ทำไมล่ะ? ข้อนี้เข้าท่า ถูกต้องค่ะ
      4.) What is it?        มันคืออะไร? ทำไม? ข้อนี้ดูเหมือนจะตอบได้
                                      แต่หลังจากนี้ Alec ถามต่อว่า งั้นเราก็ต้องทำกับข้าวเองอะไรเอง
                                      แสดงว่าเค้าต้องรู้จักแล้วว่า cottage n. คืออะไรนะคะ


Liz: I want to make our trip a romantic one.
Liz ก็เลยบอกเหตุผลไปว่า ที่เลือกกระท่อมเนี่ย เพราะอยากให้การไปเที่ยวครั้งนี้
โรแมนติกสุดๆไงล่ะจ๊ะ ตรงนี้เองที่ทำให้เราอุปมาได้ว่า ทั้ง 2 คนนี้เป็นแฟนกันค่ะ ^ ^
Alec: So, we have to buy things and cook ourselves?
Alec ก็พูดต่อว่า ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องซื้อของ และทำกับข้าวด้วยตัวเราเองน่ะสิ
cook ourselves อย่าแปลว่าปรุงตัวเองนะคะ by one's self หมายถึง ด้วยตัวเอง
เหมือนกับ on one's own ค่ะ

Liz: Certainly. There're a few places where we can do the shopping.
       ___(2)___. It'll be fine.

Liz บอกว่า แน่นอน (เราต้องซื้อของไปทำกินเอง) มันมีที่ให้เราซื้อของอยู่ไม่กี่ที่หรอก
_____ ทุกอย่างจะดีเอง


(2) 1.) Don't worry          อย่ากังวลไปเลย ทุกอย่างจะดีเอง อันนี้ถูกต้องเลยค่ะ
      2.) Take your time    ใช้เวลาของคุณให้เต็มที่นะ
      3.) No kidding           ไม่ได้ล้อเล่นนะ
      4.) Have fun              สนุกกันเลย

จากบริบทจะเห็นว่า Alec ค่อนข้างเครียดกับการไปพักที่ cottage เพราะไม่ได้
สะดวกสบายเหมือน hotel ที่เคยพัก การพูดของ Liz จึงควรเป็นการปลอบใจว่า
ถึงจะต้องซื้อของ ก็ไม่ได้จะต้องซื้อเยอะนะ แวะแค่ที่สองที่ก็ได้ของครบแล้ว

อย่าห่วงไปเลยจ๊ะที่รัก เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง ประมาณนี้นะคะ


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ตอบถูกกันหรือเปล่าเอ่ย ฝึกทำโจทย์บ่อยๆ
จะได้คุ้นเคย และเรียนรู้สำนวนใหมม่ๆบ่อยๆนะจ๊ะ



และอย่างที่พี่แนนใส่ Title ไว้ว่า Blog นี้สำหรับโจทย์ Grammar ที่น้องๆชอบมากๆ
นั่นก็คือ Error Identification หาจุดผิดของประโยค เรามาทบทวนวิธีทำโจทย์ประเภทนี้ค่ะ


1. วิเคราะห์โครงสร้างประโยค (ด้วย Strategic Structure) ดูว่าอะไรเป็นประธาน
    กริยา กรรม ส่วนเติมเต็ม หรือส่วนขยายของประโยค
2. ดูว่าโจทย์วัดความรู้ Grammar หัวข้อไหน จากส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้
3. คิดตาม Tree Tactics (แผนภาพต้นไม้ที่เชื่อมโยงหัวข้อ Grammar ของ Enconcept)
    คือ ดูว่าตรงที่ขีดเส้นใต้นั้นผิด Grammar ยังไงค่ะ



ลองทำโจทย์ข้อนี้นะคะ


She wears a black baseball cap (1) reads SECURITY and a (2) bulletproof vest
but travels (3) unarmed, partly  (4) for liability reasons. 



คิดว่าไม่น่ายากเกินไป ตอบอะไรกันบ้าง
post บอกพี่แนนใน Facebook Krupnan page ได้เลยนะคะ :)




25OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 3

สวัสดีค่ะน้อง มาถึง Conversation ตอนที่ 3 กันแล้วนะคะ
ครั้งแรก เราฝึกทำโจทย์ข้อง่ายๆ เติมคำแค่คำเดียวลงในช่องว่างของบทสนทนา
ที่โจทย์กำหนดมาให้ 

ครั้งที่ 2 เริ่มยากขึ้นมาหน่อย เป็นการใช้สำนวนหรือ idiom ค่ะ
พี่แนนทิ้งท้ายไว้ด้วยโจทย์ ที่เป็นข้อสอบ GAT 1 ข้อ โดยข้อนี้ น้องๆที่เคยเรียน
Enconcept และร้อง Memolody ที่เป็นเพลง Conversation ได้ รับรองว่าตอบได้แน่นอน



A: _____?
B: She's lovely. I really like her.

A ต้องพูดว่าอะไร แล้ว B จะตอบว่า "หล่อนน่ารักมาก ฉันชอบหล่อนมากๆเลย"


1.) How do you see Jane

คุณเห็นเจนได้อย่างไร How + V. ช่วย แบบนี้เป็นการถามว่า อย่างไร นะคะ
2.) How do you meet Jane
คุณได้พบกับเจนได้อย่างไร ข้อนี้ไม่ต่างจาก 1.) เลยค่ะ
3.) How do you go with Jane
คุณไปกับเจนได้อย่างไร คำถามกฌยังไม่ตรงกับคำตอบอยู่ดี
4.) How do you find Jane
คุณคิดว่าเจนเป็นอย่างไรบ้าง?

น้องๆอาจจะมีคำถามว่า อ้าว มันไม่ได้แปลว่า คุณหาเจนพบได้อย่างไร หรอกเหรอ
เนื่องจาก How do you find ... เป็น idiom หรือสำนวน เอาไว้สำหรับถามความคิดเห็น

เช่น How do you find studying English? แบบนี้หมายถึง
คุณคิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นอย่างไรบ้าง
จำไว้ว่า How do you find จะต้องตามด้วยคำนาม หรือ V.ing (Gerund) เสมอนะคะ



สำนวนอื่นๆที่ให้ถามความรู้สึกก็ได้แก่
How do you like ... (n./ v.ing)?
What do you think of/ about ...(n./ v.ing)?



ลองใช้ดูนะคะ ฝึกเอาไปพูดหรือเขียนในชีวิตประจำวันค่ะ


และนอกจากข้อสอบ Conversation ที่เป็น Short Conversation จบในข้อเดียว
อย่างที่พี่แนนนำมาให้น้องๆฝึกทำในครั้งที่ผ่านๆ มา ก็ยังมีข้อสอบ Long Conversation
เป็นบทสนทนาที่ยาวพอสมควร และอาจมีคนพูดมากกว่า 2 คน

โดยโจทย์ที่ให้จะมีช่องว่างให้เราเติมตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป
ต้องดูดีๆนะคะว่า ที่เราเติมไปในแต่ละช่องนั้น ทำให้บทสนทนามีใจความสอดคล้องกัน
โดยตลอด และสมเหตุสมผลหรือเปล่า


วิธีการทำข้อสอบ Conversation แบบ Long Conversation นี้ไม่ยากค่ะ
พี่แนนเรียกมันว่า 3s Strategy
S ที่ 1 คือ Situation พิจารณาว่าเป็นสถานการณ์แบบไหน
เป็นแบบ Typical ที่มักจะเป็นรูปแบบตายตัว เช่น พนักงานร้านค้าถามลูกค้าว่า
ต้องการอะไร แบบไหน อย่างไร หรือแบบ Non-typical สถานการณ์ที่ไม่มีรูปแบบตายตัว
S ที่ 2 คือ Status ดูว่าสถานะความสัมพันธ์ของผู้พูดเป็นอย่างไร
ถ้าเป็นเพื่อนกัน ภาษาที่ใช้จะไม่เป็นทางการ อาจมี slang หรือ idioms ต่างๆ
แต่ถ้าเป็นเจ้านาย ลูกน้อง จะเป็นภาษาที่ formal adj. เป็นทางการค่ะ
S ที่ 3 คือ Speaker มีคนพูดกี่คน และใครกำลังเป็นคนพูดอยู่ กันสับสนนะคะ



ต่อไปนี้เป็นข้อสอบ GAT ค่ะ ลองทำดูนะคะน้องๆ ใช้วิธีตามที่พี่แนนบอกไป
รับรองว่า ไม่ยากเลยค่ะ



Alec: Have you made a decision about the accommodations yet?
Liz: Yes, I have chosen the cottage, not the hotel this time.
Alec: ___(1)___ Why?
Liz: I want to make our trip a romantic one.
Alec: So, we have to buy things and cook ourselves?
Liz: Certainly. There're a few places where we can do the shopping.
       ___(2)___. It'll be fine.



(1) 1.) Oh! I like it.
      2.) It's superb.
      3.) The cottage?
      4.) What is it?

(2) 1.) Don't worry
      2.) Take your time
      3.) No kidding
      4.) Have fun



ติดตามเฉลยได้พรุ่งนี้นะคะ :)

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

24OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 2

สวัสดีค่ะน้องๆ ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog ของพี่แนน ที่ที่เราจะมาทบทวน
และฝึกทำข้อสอบประเภทต่างๆ เตรียมไว้สอบ GAT กันนะคะ

เมื่อวานนี้พี่แนนให้โจทย์ Conversation ไป 1 ข้อ เป็น Short Conversation
ที่ไม่ยากเลย ดูจาก comments ของน้องๆแล้ว ก็ตอบถูกกันนะคะ



ก่อนอื่นเฉลยกันก่อนค่ะ
A: Can I borrow your pencil?
A พูดกับ B ว่า ฉันขอยืมดินสอของเธอได้ไหม

B: _____. Take the one on the desk. I'm not using it.
B จะต้องตอบว่าอะไร โดยพูดต่อว่า เอาดินสออันที่อยู่บนโตะไปนะ ฉันไม่ได้ใช้มัน

อย่างนี้ก็แสดงว่า B ให้ A ยืมดินสอแล้วนะคะ

1.) Sure
แน่นอน! เป็นคำตอบที่ถูกต้องค่ะ
2.) Really
จริงเหรอ? นี่แกจะยืมดินสอของฉันจริงๆเหรอ อันนี้ตลกนะคะ
3.) Well done
ดีมาก! ข้อนี้ยิ่งตลกใหญ่าเลย มีคนมายืมของเรา ตอบกลับเค้าไปว่า ดีมาก :D
4.) Not again

Not again ไปเชิงบ่นแบบตัดพ้อ ประมาณว่า อีกแล้วเหรอเนี่ย
แกจะยืมดินสอฉันอีกแล้วเหรอ มันขัดแย้งกับที่พูดต่อมาว่าให้ไปหยิบด้ามบนโต๊ะนะคะ



ดังนั้น เฉลยข้อ A คือ makes sense ที่สุดนะคะ
เห็นพี่แนนเอาโจทย์ง่ายๆมาให้ทำแบบนี้ ไม่ได้จะ look down on (phrasal verb) ดูถูก
น้องๆนะคะ แต่มันเป็นข้อสอบ GAT จริงๆ ของรอบ มี.ค. 54 ที่ผ่านมาค่ะ



ถือว่าข้อง่ายเป็นข้ออุ่นเครื่องแล้วกันนะคะ


เราลองมาดูข้อนี้กันค่ะ
A: I've been very busy. so much work to finish before the exam.
B: _____. You'll be surprised how quickly it'll be all over.

1.) So far so good
2.) Good for you
3.) Hang in there
4.) Get back on track



ขอเฉลยข้อนี้ 1 ข้อ แล้วจะให้น้องๆฝึกทำอีก 1 ข้อเช่นเคยนะคะ


ข้อนี้ค่อนข้างยากเพราะวัดเรื่องการใช้สำนวนล้วนๆเลยจ้ะ
A พูดว่า ฉันยุ่งมากเลย มีงานต้องทำให้เสร็จมากมากยก่อนที่จะสอบ

น้องๆสังเกต so much work to finish before the exam. ไม่ได้เป็นประโยคนะคะ
ถ้าจะให้เป็นประโยคต้องเป็น There is so much work to finish before the exam.
แต่เนื่องจาก Conversation นั้นเป็นภาษาพูด ไม่ได้เข้มงวดเรื่อง Grammar ค่ะ

B ต้องพูดว่าอะไร แล้วบอกต่อว่า แล้วคุณจะประหลาดใจว่ามันสามารถทำให้เสร็จได้เร็วแค่ไหน


สำนวนไหนเหมาะสมที่สุดคะ?

1.) So far so good
จนถึงตอนนี้ (จวบจนตอนนี้) ก็ดีนะ ข้อนี้ไม่่เกี่ยวเลยค่ะ
2.) Good for you
ดีสำหรับคุณ เอ๊ะ อันนี้หมายถึงว่า การที่ A มีงานเยอะๆก่อนสอบ มันดีตรงไหนคะ?
3.) Hang in there
ใจเย็นๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็เสร็จไปเอง
ข้อนี้ถูกต้องค่ะ เพราะตอนแรก A ดูกระวนกระวายกับงานที่เยอะมากก่อนสอบ

B พูดแบบนี้ก็เหมือนเป็นการปลอบ ให้กำลังใจ ว่าเดี๋ยวมันก็เสร็จค่ะ
4.) Get back on track
กลับไปทำงานได้แล้ว! ถ้าตอบข้อนี้มีตบกันค่ะ เค้าไม่ได้บอกเลยว่า
A อู้ ไม่ยอมทำงาน จึงตอบข้อนี้ไม่ได้นะคะ



เห็นไหมคะว่าวัดสำนวนกันล้วนๆ น้องๆสามารถเรียนรู้สำนวนได้จากภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ
ฟังเพลง หรือดูรายการโทรทัศน์นะคะ

ฝากโจทย์ให้น้องๆทำเช่นเคย
A: _____?
B: She's lovely. I really like her.



1.) How do you see Jane
2.) How do you meet Jane
3.) How do you go with Jane
4.) How do you find Jane



ลองฝึกทำดูนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

23OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 1

สัวสดีค่ะน้องๆ ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog เตรียมสอบภาษาอังกฤษของพี่แนนค่ะ
เมื่อวานนี้พี่แนนฝากโจทย์ไว้ให้ทำ เป็น Reading การอ่านป้ายโฆษณา 2 ข้อสั้นๆ
ลองย้อนไปดูได้ โดยเลือกจาก Blog รายการของเดือนตุลาคม ด้านล่างนะคะ

มาเฉลยกันให้หายข้องใจกันดีกว่าค่ะ
ข้อแรกเป็นภาพ ป้ายเขียนข้อความว่า SMOKE FREE สั้นๆเลยนะคะ
What is TRUE according to the sign?
โจทย์ถามว่า ข้อใดถูกต้อง อ้างอิงจากป้าย
1. You are free to smoke in this area.
คุณมีอิสระในการสูบบุหรี่ในบริเสณนี้
2. There is no air pollution in this area.
ในบริเวณนี้ไม่มีมลพิษทางอากาศ
3. You are not allowed to smoke in this area.
คุณไม่ได้รับอนุญาตให้สูบบุหรี่ในบริเวณนี้
4. Free cigarettes are available in this area.
มีบุหรี่แจกฟรีในบริเวณนี้



น้องๆคะ smoke เป็น n. แปลว่าควันก็ได้ หรือแปลว่าการสูบบุหรี่
เป็น v. คือสูบบุหรี่ค่ะ



ปายนี้เราพบได้ทั่วไป ในสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า หรือร้านอาหาร
free adj. แปลว่า ปลอด, ปราศจากได้นะคะ
เช่น ร้านค้าปลอดภาษี คือ duty free นั่นเองค่ะ
ข้อที่ถูกต้องคือ 3. ป้ายนี้หมายความว่า เป็นเขตปลอดบุหรี่ ห้ามสูบบุหรี่บริเวณนี้นั่นเองจ้ะ


ไม่ยากใช่ไหมคะ มาดูข้อ 2 กันดีกว่า
ข้อนี้ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ
ในสัญญาณไฟอันแรก ไฟแดง ข้อความบอกว่า ห้ามข้าม
ในสัญญาณอันที่สอง ไฟเขียวค้างอยู่ ข้อความบอกว่า ข้ามอย่างระมัดระวัง
และในสัญญาณที่สาม ไฟเขียวกระพริบ (มีรัศมีแว๊บๆ) ข้อความบอกว่า อย่าเริ่มข้ามถนน



สรุปก็คือ เมื่อไหร่ที่ไฟเขียวกระพริบ แสดงว่าใกล้จะหมดเวลาข้ามแล้ว
ถ้าเพิ่งมาถึงจุดที่จะข้ามก็อย่าข้ามมนะจ๊ะ เพราะพอไฟแดงแล้วยังข้ามไม่เสร็จ
ยืนอยู่กลางถนนรถอาจจะชนได้



What is NOT TRUE according to the sign?
โจทย์ถามว่า ข้อใดไม่ถูกต้อง อ้างอิงจากป้าย

แหนะ! ถามว่า ไม่ถูกต้อง ต้องระวังดีๆนะคะ
1.) You can start crossing the road anytime the green light appears.

คุณสามารถเริ่มข้ามถนนเมื่อไหร่ก็ได้ที่ไฟเขียวปรากฎ
ข้อนี้ผิดค่ะ เพราะตอนไฟเขียวกระพริบ (กระพริบก็ถือว่าปรากฎนะคะ)
จะเริ่มข้ามไม่ได้ จึงเฉลยข้อนี้
2.) The red crossing light cannot flash as the green one.
สัญญาณไฟข้ามถนนสีแดง กระพริบไม่ได้เหมือนไฟเขียว
อันนี้เป็นความจริงค่ะ
3.) You have to make sure that the green light appears before crossing.
คุณต้องแน่ใจว่าไฟเขียวแล้วก่อนที่จะข้าม อันนี้หมายความว่า
ถ้าไฟแดงแล้วห้ามข้าม จริงเป็นความจริงเช่นกัน
4.) You cannot start crossing when the green light flashes.

คุณไม่สามารถเริ่มข้ามถนนได้เมื่อไฟเขียวกระพริบ อันนี้เป็นความจริงค่ะ



โจทย์แบบนี้ต้องตีความหมายของป้ายให้ออก พยายามเชื่อมโยงกับเรื่องประจำวันที่เราพบ
และดูคำถามดีๆ ว่าเค้าถามว่า True หรือ Not true นะคะ


สำหรับวันนี้ลองทำข้อสอบ Conversation ง่ายๆกันดูนะคะ
A: Can I borrow your pencil?
B: _____. Take the one on the desk. I'm not using it.

1.) Sure
2.) Really
3.) Well done

4.) Not again


ลองทำดูนะคะ พรุ่งนี้เฉลยเช่นเคยค่ะ

แสดงความคิดเห็น