เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
Enconcept : English is Alive "ภาษามีชีวิต อังกฤษพ้นกรอบ"

www.enconcept.tv

Loading...

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

27OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 2)

สวัสดีค่ะน้อง เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับการฝึกทำข้อสอบ Grammar
น้องๆหลายคนบ่นว่า ไม่ชอบเลย ข้อสอบ Error Identification นั้นยาก
จริงๆแล้ว ถ้าน้องๆฝึกทำอย่างเป็นขั้นตอน คิดอย่างเป็นระบบแล้วไม่ยากเลยค่ะ
มันเพียงแค่ดูเหมือนเยอะ เพราะเราต้องพิจารณาหัวข้อ Grammar อย่างน้อย
4 เรื่อง ตรง 4 จุดที่โจทย์ขีดเส้นใต้มาเท่านั้นเองนะคะ



อย่างที่พี่แนนบอกไปว่า อันดับแรก เราต้องวิเคราะห์ประโยคกันก่อน โดยใช้
Strategic Structure หรือโครงสร้างเชิงกลยุทธ์

จากโจทย์ที่พี่แนนให้ไป เรามาวิเคราะห์โครงสร้างของประโยคกันค่ะ


She wears a black baseball cap (1) reads SECURITY and
a (2) 
bulletproof vest but travels (3) unarmed, partly  (4) for liability reasons. 



ประธานของประโยคนี้คือ She กริยาของประโยคนี้ คือ wears
กรรมของ wares มี 2 ตัวคือ cap และ vest
verb อีกตัวของประโยคอยู่หลังคำเชื่อม but คือ travels นั่นเองค่ะ



แปลรวมๆได้ว่า เธอสวมหมวกเบสบอลสีดำ(มีตัวหนังสือ)อ่านได้ว่า SECURITY
(รักษาความปลอดภัย) และสวมเสื้อกั๊กกันกระสุน แต่ เดินทางไปไหนมาไหน
แบบปลอดอาวุธ เป็นส่วนหนึ่งสำหรับเหตุผลด้านความรับผิดชอบ



พิจารณาทีละจุด ไล่จาก (4) ไปนะคะ
(4) for ตามด้วยคำนาม หรือ V.ing ในข้อนี้ ตามมมาด้วย reasons เป็นคำนาม
      นอกจากนี้ for reasons ยังมีความหมายว่า เนื่องจากเหตุผล... ค่ะ จึงถูกต้องนะคะ
(3) unarmed แปลว่า ปราศจากอาวุธ
      ตรงกันข้ามกับ armed adj. ติดอาวุธ (arm n. นอกจากแปลว่าแขนแล้วแปลว่าอาวุธได้ค่ะ)
(2) bulletproof adj. แปลว่ากันกระสุน เป็น adj. ขยาย n. คือคำว่า vest ก็ถูกต้อง
      ช่วงนี้จะเห็นคำว่า waterproof adj. กันน้ำ บ่อยนะคะ

เมื่อถูกทั้ง 3 ข้อแล้ว ข้อที่ผิดจึงเป็นข้อ (1) นั่นเองค่ะ :)
เพราะว่า ประโยคนี้มีกริยาแท้อยู่แล้วนะคะ สำหรับ read ตรงนี้ต้องทำหน้าที่เป็น
adj. เพื่อขยายคำนามคือ cap การทำให้ verb อยู่ในรูปของ past participle

จะให้ความหมายว่า หมวกถูกอ่านได้ว่า SECURITY ค่ะ
past participle (V.เติม ed หรือ V. ช่อง 3) ของคำว่า read คือ read นั่นเอง
สรุปก็คือ แก้จาก reads เป็น read เฉยๆนะคะ


ขออธิบายหัวข้อ Grammar เพิ่มนิดหน่อยค่ะ
Present Participle VS Past Participle

ทั้ง 2 ตัวนี้หำหน้าที่ขยายคำนาม โดย Present Participle จะมีความหมาย
ว่านามนั้น กระทำกริยาดังกล่าวเอง เช่น The girl [crossing the road] is Linda.
เด็กหญิง คนที่ข้ามถนนอยู่ คือ Linda. น้องๆจะเห็นว่า the girl ทำกริยานั้นเอง

แต่ถ้า Past Participle จะมีความหมายว่า นามนั้นถูกกระทำ เช่น
The girl [hit by a car] is Linda. เด็กหญิง คนที่ถูกรถชน คือ Linda

แบบนี้ hit เป็น v. ช่อง 3 หรือ Past Participle แสดงการถูกกระทำนะคะ


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ตอบถูกกันไหมเอ่ย
ต้องฝึกทำโจทย์บ่อยๆ จะได้มีประสบการณ์ และตอบได้อย่างแม่นยำนะคะ



ก่อนจะเปลี่ยนไปดูโจทย์ Grammar ประเภทอื่นๆ พี่แนนขอทิ้งท้ายโจทย์ Error
ให้น้องๆฝึกทำกันอีกสักข้อนึง

They point out that, (1) despite of their (2) advanced age,
(3) nearly a fifth of the women in the oldest group remained
(4) emotionally vital.



(มาจากข้อสอบ GAT มีนาคม 2554)


ติดตามเฉลยได้ใน Blog ของพี่แนนครั้งต่อไปค่ะ :)

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

26OCT11 ข้อสอบ GAT Grammar (Error 1)

สวัสดีค่ะน้องๆ ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog ของพี่แนนกันเช่นเคย
และตามที่พี่แนน อธิบายเทคนิคการทำข้อสอบ Long Conversation ไป
น้องๆได้เอาไปลองใช้กับโจทย์ข้อสอบ GAT ดูแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างคะ

ตอบกันถูกหรือเปล่า มาติดตามเฉลยได้เลยค่ะ


อย่างที่พี่แนนอธิบายเทคนิคการทำข้อสอบ Conversation ไปว่า เราจะใช้เทคนิค
3s Strategy หรือกลยุทธ์ 3S ที่ประกอบด้วย Situation, Status และ Speaker
มาลองวิเคราะห์โจทย์กันนะคะ


Situation เป็นแบบ Non-typical ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวค่ะ
Status ไม่ได้เป็นทางการ เป็นแบบ colloquial adj. ภาษาชาวบ้าน
เพราะสถานะของผู้พูดคือ เป็นแฟนกันนะคะ (สังเกตจากที่ Liz พูดว่า
 I want to make our trip a romantic one.)
Speaker มีผู้พูด 2 คน คือ Alec และ Liz พูดสลับกันค่ะ



Alec: Have you made a decision about the accommodations yet?
Alec ถาม Liz ว่า คุณตัดสินใจเรื่องที่พักแล้วหรือยัง
Liz: Yes, I have chosen the cottage, not the hotel this time.
Liz ตอบว่า ตัดสินใจแล้ว คราวนี้เราจะไปพักกันที่กระท่อม คราวนี้ไม่ไปโรงแรมจ้ะ

(แบบนี้แสดงว่า เคยไปเที่ยวกันก่อนหน้านี้แล้วเคยพักโรงแรมมาก่อน)
Alec: ___(1)___ Why?
Alec จะต้องพูดว่าอะไร แล้วตามด้วย Why?



(1) 1.) Oh! I like it.       โอ้ ฉันชอบนะ, ทำไมล่ะ อันนี้งงตัวเองนะคะ
                                      บอกว่าชอบแล้วจะถามว่า Why? ทำไม
      2.) It's superb.       มันวิเศษมาก, ทำไมล่ะ อันนี้ก็มึนเหมือน 1.) ค่ะ
     
3.) The cottage?   กระท่อมเนี่ยนะ? ทำไมล่ะ? ข้อนี้เข้าท่า ถูกต้องค่ะ
      4.) What is it?        มันคืออะไร? ทำไม? ข้อนี้ดูเหมือนจะตอบได้
                                      แต่หลังจากนี้ Alec ถามต่อว่า งั้นเราก็ต้องทำกับข้าวเองอะไรเอง
                                      แสดงว่าเค้าต้องรู้จักแล้วว่า cottage n. คืออะไรนะคะ


Liz: I want to make our trip a romantic one.
Liz ก็เลยบอกเหตุผลไปว่า ที่เลือกกระท่อมเนี่ย เพราะอยากให้การไปเที่ยวครั้งนี้
โรแมนติกสุดๆไงล่ะจ๊ะ ตรงนี้เองที่ทำให้เราอุปมาได้ว่า ทั้ง 2 คนนี้เป็นแฟนกันค่ะ ^ ^
Alec: So, we have to buy things and cook ourselves?
Alec ก็พูดต่อว่า ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องซื้อของ และทำกับข้าวด้วยตัวเราเองน่ะสิ
cook ourselves อย่าแปลว่าปรุงตัวเองนะคะ by one's self หมายถึง ด้วยตัวเอง
เหมือนกับ on one's own ค่ะ

Liz: Certainly. There're a few places where we can do the shopping.
       ___(2)___. It'll be fine.

Liz บอกว่า แน่นอน (เราต้องซื้อของไปทำกินเอง) มันมีที่ให้เราซื้อของอยู่ไม่กี่ที่หรอก
_____ ทุกอย่างจะดีเอง


(2) 1.) Don't worry          อย่ากังวลไปเลย ทุกอย่างจะดีเอง อันนี้ถูกต้องเลยค่ะ
      2.) Take your time    ใช้เวลาของคุณให้เต็มที่นะ
      3.) No kidding           ไม่ได้ล้อเล่นนะ
      4.) Have fun              สนุกกันเลย

จากบริบทจะเห็นว่า Alec ค่อนข้างเครียดกับการไปพักที่ cottage เพราะไม่ได้
สะดวกสบายเหมือน hotel ที่เคยพัก การพูดของ Liz จึงควรเป็นการปลอบใจว่า
ถึงจะต้องซื้อของ ก็ไม่ได้จะต้องซื้อเยอะนะ แวะแค่ที่สองที่ก็ได้ของครบแล้ว

อย่าห่วงไปเลยจ๊ะที่รัก เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง ประมาณนี้นะคะ


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ตอบถูกกันหรือเปล่าเอ่ย ฝึกทำโจทย์บ่อยๆ
จะได้คุ้นเคย และเรียนรู้สำนวนใหมม่ๆบ่อยๆนะจ๊ะ



และอย่างที่พี่แนนใส่ Title ไว้ว่า Blog นี้สำหรับโจทย์ Grammar ที่น้องๆชอบมากๆ
นั่นก็คือ Error Identification หาจุดผิดของประโยค เรามาทบทวนวิธีทำโจทย์ประเภทนี้ค่ะ


1. วิเคราะห์โครงสร้างประโยค (ด้วย Strategic Structure) ดูว่าอะไรเป็นประธาน
    กริยา กรรม ส่วนเติมเต็ม หรือส่วนขยายของประโยค
2. ดูว่าโจทย์วัดความรู้ Grammar หัวข้อไหน จากส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้
3. คิดตาม Tree Tactics (แผนภาพต้นไม้ที่เชื่อมโยงหัวข้อ Grammar ของ Enconcept)
    คือ ดูว่าตรงที่ขีดเส้นใต้นั้นผิด Grammar ยังไงค่ะ



ลองทำโจทย์ข้อนี้นะคะ


She wears a black baseball cap (1) reads SECURITY and a (2) bulletproof vest
but travels (3) unarmed, partly  (4) for liability reasons. 



คิดว่าไม่น่ายากเกินไป ตอบอะไรกันบ้าง
post บอกพี่แนนใน Facebook Krupnan page ได้เลยนะคะ :)




25OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 3

สวัสดีค่ะน้อง มาถึง Conversation ตอนที่ 3 กันแล้วนะคะ
ครั้งแรก เราฝึกทำโจทย์ข้อง่ายๆ เติมคำแค่คำเดียวลงในช่องว่างของบทสนทนา
ที่โจทย์กำหนดมาให้ 

ครั้งที่ 2 เริ่มยากขึ้นมาหน่อย เป็นการใช้สำนวนหรือ idiom ค่ะ
พี่แนนทิ้งท้ายไว้ด้วยโจทย์ ที่เป็นข้อสอบ GAT 1 ข้อ โดยข้อนี้ น้องๆที่เคยเรียน
Enconcept และร้อง Memolody ที่เป็นเพลง Conversation ได้ รับรองว่าตอบได้แน่นอน



A: _____?
B: She's lovely. I really like her.

A ต้องพูดว่าอะไร แล้ว B จะตอบว่า "หล่อนน่ารักมาก ฉันชอบหล่อนมากๆเลย"


1.) How do you see Jane

คุณเห็นเจนได้อย่างไร How + V. ช่วย แบบนี้เป็นการถามว่า อย่างไร นะคะ
2.) How do you meet Jane
คุณได้พบกับเจนได้อย่างไร ข้อนี้ไม่ต่างจาก 1.) เลยค่ะ
3.) How do you go with Jane
คุณไปกับเจนได้อย่างไร คำถามกฌยังไม่ตรงกับคำตอบอยู่ดี
4.) How do you find Jane
คุณคิดว่าเจนเป็นอย่างไรบ้าง?

น้องๆอาจจะมีคำถามว่า อ้าว มันไม่ได้แปลว่า คุณหาเจนพบได้อย่างไร หรอกเหรอ
เนื่องจาก How do you find ... เป็น idiom หรือสำนวน เอาไว้สำหรับถามความคิดเห็น

เช่น How do you find studying English? แบบนี้หมายถึง
คุณคิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นอย่างไรบ้าง
จำไว้ว่า How do you find จะต้องตามด้วยคำนาม หรือ V.ing (Gerund) เสมอนะคะ



สำนวนอื่นๆที่ให้ถามความรู้สึกก็ได้แก่
How do you like ... (n./ v.ing)?
What do you think of/ about ...(n./ v.ing)?



ลองใช้ดูนะคะ ฝึกเอาไปพูดหรือเขียนในชีวิตประจำวันค่ะ


และนอกจากข้อสอบ Conversation ที่เป็น Short Conversation จบในข้อเดียว
อย่างที่พี่แนนนำมาให้น้องๆฝึกทำในครั้งที่ผ่านๆ มา ก็ยังมีข้อสอบ Long Conversation
เป็นบทสนทนาที่ยาวพอสมควร และอาจมีคนพูดมากกว่า 2 คน

โดยโจทย์ที่ให้จะมีช่องว่างให้เราเติมตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป
ต้องดูดีๆนะคะว่า ที่เราเติมไปในแต่ละช่องนั้น ทำให้บทสนทนามีใจความสอดคล้องกัน
โดยตลอด และสมเหตุสมผลหรือเปล่า


วิธีการทำข้อสอบ Conversation แบบ Long Conversation นี้ไม่ยากค่ะ
พี่แนนเรียกมันว่า 3s Strategy
S ที่ 1 คือ Situation พิจารณาว่าเป็นสถานการณ์แบบไหน
เป็นแบบ Typical ที่มักจะเป็นรูปแบบตายตัว เช่น พนักงานร้านค้าถามลูกค้าว่า
ต้องการอะไร แบบไหน อย่างไร หรือแบบ Non-typical สถานการณ์ที่ไม่มีรูปแบบตายตัว
S ที่ 2 คือ Status ดูว่าสถานะความสัมพันธ์ของผู้พูดเป็นอย่างไร
ถ้าเป็นเพื่อนกัน ภาษาที่ใช้จะไม่เป็นทางการ อาจมี slang หรือ idioms ต่างๆ
แต่ถ้าเป็นเจ้านาย ลูกน้อง จะเป็นภาษาที่ formal adj. เป็นทางการค่ะ
S ที่ 3 คือ Speaker มีคนพูดกี่คน และใครกำลังเป็นคนพูดอยู่ กันสับสนนะคะ



ต่อไปนี้เป็นข้อสอบ GAT ค่ะ ลองทำดูนะคะน้องๆ ใช้วิธีตามที่พี่แนนบอกไป
รับรองว่า ไม่ยากเลยค่ะ



Alec: Have you made a decision about the accommodations yet?
Liz: Yes, I have chosen the cottage, not the hotel this time.
Alec: ___(1)___ Why?
Liz: I want to make our trip a romantic one.
Alec: So, we have to buy things and cook ourselves?
Liz: Certainly. There're a few places where we can do the shopping.
       ___(2)___. It'll be fine.



(1) 1.) Oh! I like it.
      2.) It's superb.
      3.) The cottage?
      4.) What is it?

(2) 1.) Don't worry
      2.) Take your time
      3.) No kidding
      4.) Have fun



ติดตามเฉลยได้พรุ่งนี้นะคะ :)

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

24OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 2

สวัสดีค่ะน้องๆ ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog ของพี่แนน ที่ที่เราจะมาทบทวน
และฝึกทำข้อสอบประเภทต่างๆ เตรียมไว้สอบ GAT กันนะคะ

เมื่อวานนี้พี่แนนให้โจทย์ Conversation ไป 1 ข้อ เป็น Short Conversation
ที่ไม่ยากเลย ดูจาก comments ของน้องๆแล้ว ก็ตอบถูกกันนะคะ



ก่อนอื่นเฉลยกันก่อนค่ะ
A: Can I borrow your pencil?
A พูดกับ B ว่า ฉันขอยืมดินสอของเธอได้ไหม

B: _____. Take the one on the desk. I'm not using it.
B จะต้องตอบว่าอะไร โดยพูดต่อว่า เอาดินสออันที่อยู่บนโตะไปนะ ฉันไม่ได้ใช้มัน

อย่างนี้ก็แสดงว่า B ให้ A ยืมดินสอแล้วนะคะ

1.) Sure
แน่นอน! เป็นคำตอบที่ถูกต้องค่ะ
2.) Really
จริงเหรอ? นี่แกจะยืมดินสอของฉันจริงๆเหรอ อันนี้ตลกนะคะ
3.) Well done
ดีมาก! ข้อนี้ยิ่งตลกใหญ่าเลย มีคนมายืมของเรา ตอบกลับเค้าไปว่า ดีมาก :D
4.) Not again

Not again ไปเชิงบ่นแบบตัดพ้อ ประมาณว่า อีกแล้วเหรอเนี่ย
แกจะยืมดินสอฉันอีกแล้วเหรอ มันขัดแย้งกับที่พูดต่อมาว่าให้ไปหยิบด้ามบนโต๊ะนะคะ



ดังนั้น เฉลยข้อ A คือ makes sense ที่สุดนะคะ
เห็นพี่แนนเอาโจทย์ง่ายๆมาให้ทำแบบนี้ ไม่ได้จะ look down on (phrasal verb) ดูถูก
น้องๆนะคะ แต่มันเป็นข้อสอบ GAT จริงๆ ของรอบ มี.ค. 54 ที่ผ่านมาค่ะ



ถือว่าข้อง่ายเป็นข้ออุ่นเครื่องแล้วกันนะคะ


เราลองมาดูข้อนี้กันค่ะ
A: I've been very busy. so much work to finish before the exam.
B: _____. You'll be surprised how quickly it'll be all over.

1.) So far so good
2.) Good for you
3.) Hang in there
4.) Get back on track



ขอเฉลยข้อนี้ 1 ข้อ แล้วจะให้น้องๆฝึกทำอีก 1 ข้อเช่นเคยนะคะ


ข้อนี้ค่อนข้างยากเพราะวัดเรื่องการใช้สำนวนล้วนๆเลยจ้ะ
A พูดว่า ฉันยุ่งมากเลย มีงานต้องทำให้เสร็จมากมากยก่อนที่จะสอบ

น้องๆสังเกต so much work to finish before the exam. ไม่ได้เป็นประโยคนะคะ
ถ้าจะให้เป็นประโยคต้องเป็น There is so much work to finish before the exam.
แต่เนื่องจาก Conversation นั้นเป็นภาษาพูด ไม่ได้เข้มงวดเรื่อง Grammar ค่ะ

B ต้องพูดว่าอะไร แล้วบอกต่อว่า แล้วคุณจะประหลาดใจว่ามันสามารถทำให้เสร็จได้เร็วแค่ไหน


สำนวนไหนเหมาะสมที่สุดคะ?

1.) So far so good
จนถึงตอนนี้ (จวบจนตอนนี้) ก็ดีนะ ข้อนี้ไม่่เกี่ยวเลยค่ะ
2.) Good for you
ดีสำหรับคุณ เอ๊ะ อันนี้หมายถึงว่า การที่ A มีงานเยอะๆก่อนสอบ มันดีตรงไหนคะ?
3.) Hang in there
ใจเย็นๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็เสร็จไปเอง
ข้อนี้ถูกต้องค่ะ เพราะตอนแรก A ดูกระวนกระวายกับงานที่เยอะมากก่อนสอบ

B พูดแบบนี้ก็เหมือนเป็นการปลอบ ให้กำลังใจ ว่าเดี๋ยวมันก็เสร็จค่ะ
4.) Get back on track
กลับไปทำงานได้แล้ว! ถ้าตอบข้อนี้มีตบกันค่ะ เค้าไม่ได้บอกเลยว่า
A อู้ ไม่ยอมทำงาน จึงตอบข้อนี้ไม่ได้นะคะ



เห็นไหมคะว่าวัดสำนวนกันล้วนๆ น้องๆสามารถเรียนรู้สำนวนได้จากภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ
ฟังเพลง หรือดูรายการโทรทัศน์นะคะ

ฝากโจทย์ให้น้องๆทำเช่นเคย
A: _____?
B: She's lovely. I really like her.



1.) How do you see Jane
2.) How do you meet Jane
3.) How do you go with Jane
4.) How do you find Jane



ลองฝึกทำดูนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

23OCT11 ข้อสอบ GAT Conversation 1

สัวสดีค่ะน้องๆ ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog เตรียมสอบภาษาอังกฤษของพี่แนนค่ะ
เมื่อวานนี้พี่แนนฝากโจทย์ไว้ให้ทำ เป็น Reading การอ่านป้ายโฆษณา 2 ข้อสั้นๆ
ลองย้อนไปดูได้ โดยเลือกจาก Blog รายการของเดือนตุลาคม ด้านล่างนะคะ

มาเฉลยกันให้หายข้องใจกันดีกว่าค่ะ
ข้อแรกเป็นภาพ ป้ายเขียนข้อความว่า SMOKE FREE สั้นๆเลยนะคะ
What is TRUE according to the sign?
โจทย์ถามว่า ข้อใดถูกต้อง อ้างอิงจากป้าย
1. You are free to smoke in this area.
คุณมีอิสระในการสูบบุหรี่ในบริเสณนี้
2. There is no air pollution in this area.
ในบริเวณนี้ไม่มีมลพิษทางอากาศ
3. You are not allowed to smoke in this area.
คุณไม่ได้รับอนุญาตให้สูบบุหรี่ในบริเวณนี้
4. Free cigarettes are available in this area.
มีบุหรี่แจกฟรีในบริเวณนี้



น้องๆคะ smoke เป็น n. แปลว่าควันก็ได้ หรือแปลว่าการสูบบุหรี่
เป็น v. คือสูบบุหรี่ค่ะ



ปายนี้เราพบได้ทั่วไป ในสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า หรือร้านอาหาร
free adj. แปลว่า ปลอด, ปราศจากได้นะคะ
เช่น ร้านค้าปลอดภาษี คือ duty free นั่นเองค่ะ
ข้อที่ถูกต้องคือ 3. ป้ายนี้หมายความว่า เป็นเขตปลอดบุหรี่ ห้ามสูบบุหรี่บริเวณนี้นั่นเองจ้ะ


ไม่ยากใช่ไหมคะ มาดูข้อ 2 กันดีกว่า
ข้อนี้ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ
ในสัญญาณไฟอันแรก ไฟแดง ข้อความบอกว่า ห้ามข้าม
ในสัญญาณอันที่สอง ไฟเขียวค้างอยู่ ข้อความบอกว่า ข้ามอย่างระมัดระวัง
และในสัญญาณที่สาม ไฟเขียวกระพริบ (มีรัศมีแว๊บๆ) ข้อความบอกว่า อย่าเริ่มข้ามถนน



สรุปก็คือ เมื่อไหร่ที่ไฟเขียวกระพริบ แสดงว่าใกล้จะหมดเวลาข้ามแล้ว
ถ้าเพิ่งมาถึงจุดที่จะข้ามก็อย่าข้ามมนะจ๊ะ เพราะพอไฟแดงแล้วยังข้ามไม่เสร็จ
ยืนอยู่กลางถนนรถอาจจะชนได้



What is NOT TRUE according to the sign?
โจทย์ถามว่า ข้อใดไม่ถูกต้อง อ้างอิงจากป้าย

แหนะ! ถามว่า ไม่ถูกต้อง ต้องระวังดีๆนะคะ
1.) You can start crossing the road anytime the green light appears.

คุณสามารถเริ่มข้ามถนนเมื่อไหร่ก็ได้ที่ไฟเขียวปรากฎ
ข้อนี้ผิดค่ะ เพราะตอนไฟเขียวกระพริบ (กระพริบก็ถือว่าปรากฎนะคะ)
จะเริ่มข้ามไม่ได้ จึงเฉลยข้อนี้
2.) The red crossing light cannot flash as the green one.
สัญญาณไฟข้ามถนนสีแดง กระพริบไม่ได้เหมือนไฟเขียว
อันนี้เป็นความจริงค่ะ
3.) You have to make sure that the green light appears before crossing.
คุณต้องแน่ใจว่าไฟเขียวแล้วก่อนที่จะข้าม อันนี้หมายความว่า
ถ้าไฟแดงแล้วห้ามข้าม จริงเป็นความจริงเช่นกัน
4.) You cannot start crossing when the green light flashes.

คุณไม่สามารถเริ่มข้ามถนนได้เมื่อไฟเขียวกระพริบ อันนี้เป็นความจริงค่ะ



โจทย์แบบนี้ต้องตีความหมายของป้ายให้ออก พยายามเชื่อมโยงกับเรื่องประจำวันที่เราพบ
และดูคำถามดีๆ ว่าเค้าถามว่า True หรือ Not true นะคะ


สำหรับวันนี้ลองทำข้อสอบ Conversation ง่ายๆกันดูนะคะ
A: Can I borrow your pencil?
B: _____. Take the one on the desk. I'm not using it.

1.) Sure
2.) Really
3.) Well done

4.) Not again


ลองทำดูนะคะ พรุ่งนี้เฉลยเช่นเคยค่ะ

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

22OCT11 ข้อสอบ GAT Reading (Sign)

สวัสดีค่ะน้องๆ เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับข้อสอบ Odd One Out
ทั้ง 3 ข้อที่เมื่อวานพี่แนนฝากไว้ให้ทำ น้องๆบางคนบอกว่า ง่ายมากเลยค่ะพี่แนน
หนู look them up จาก dictionary แป๊บเดียวก็ได้คำตอบแล้ว

เด็กเจ้าเล่ห์! อย่างนี้ก็ไม่เรียกว่าฝึกทำสิจ๊ะ ตอนสอบจริงๆเราเอา dictionary
เข้าไปไม่ได้นะ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้นค่ะ และถ้าเราฝึกการทำโจทย์ไว้
จะทำให้เรามีความมั่นใจ และเลือกตอบได้อย่างแม่นยำ ลดเวลาทำข้อสอบได้
โดยเฉพาะ part reading ที่เรื่องที่อ่านมักจะยาว ที่จริงไม่ต้องอ่านทุกตัวหนังสือ
ก็สามารถตอบได้ค่ะ



ก่อนอื่นมาเฉลยทั้ง 3 ข้อเมื่อวานก่อนนะคะ
1. a.) manifest    b.) eminent    c.) explicit       d.) opponent


ข้อนี้น้องๆที่ร้อง Memolody เพลง ชัดเจน adj. ได้ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ
manifest adj. ที่เห็นเด่นชัด เป็น v. หมายถึงแสดงให้เห็น
eminent adj. ซึ่งเห็นได้ชัดเจน, มีชื่อเสียง
explicit adj. ชัดเจน, กระจ่าง

ดังนั้น คำที่ไม่เข้าพวกคือ opponent adj. ที่อยู่ตรงข้ามหรือเป็นฝ่ายตรงข้ามค่ะ


2. a.) flashback  b.) antiquity    c.) hereafter   d.) ancient



flashback n. การกล่าวถึงอดีต
ศัพท์คำนี้ทำให้พีแนนนึกถึงเพลง Love Story ของ Taylor Swift ค่ะ
มีคำว่า flashback อยู่ต้นๆเพลงเลย ลองไปฟังกันดูนะคะ น่ารักดีค่ะ :)




antiquity n. ช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ ความหมายเกี่ยวกับอดีตค่ะancient n. คนโบราณ เป็น adj. หมายถึงเก่า, โบราณ
ดังนั้นคำที่ไม่เข้าพวกก็คือ hereafter เป็น adj. แปลว่า ต่อจากนี้ไป (เป็นชื่อหนังด้วยนะคะ)


3. a.) procedure b.) formula     c.) method      d.) function



procedure n. ขั้นตอน, กระบวนการ
formula n. วิธีทำ, สูตร
method n. วิธีการ, แบบแผน
แต่ function n. หน้าที่ จึงไม่เข้าพวก ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ



ฝึกทำและเรียนภาษาจากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ เพลง หรือข่าวก็ได้
เห้นไหมคะว่า คำศัพท์อยู่รอบตัวเราจริงๆค่ะ :D



เอาล่ะค่ะ วันนี้มาดูข้อสอบเบาๆ กันบ้าง Reading นั่นเอง
น้องๆอาจบอกว่า เบาตรงไหน? มันก็มีส่วนที่เบาจริงๆนะคะ

ข้อสอบจะมีป้ายประกาศต่างๆมาให้น้องๆดู และถามว่า สรุปว่าป้ายนี้
บอกอะไรกับเรา อันนี้เป็นข้อสอบ GAT ค่ะ ลองทำดูนะคะ
(ไม่ยากค่ะ พี่แนนไม่เฉลยให้ดูก่อนนะคะ ฝึกทำเลย)

What is TRUE according to the sign?
1. You are free to smoke in this area.
2. There is no air pollution in this area.
3. You are not allowed to smoke in this area.
4. Free cigarettes are available in this area.


อีกข้อนึงค่ะ อันนี้เป็นโจทย์ที่พี่แนนออกเอง ให้น้องๆลองทำ

What is NOT TRUE according to the sign?
1.) You can start crossing the road anytime the green light appears.
2.) The red crossing light cannot flash as the green one.
3.) You have to make sure that the green light appears before crossing.
4.) You cannot start crossing when the green light flashes.

พรุ่งนี้เฉลยเช่นเคยค่ะ :)

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

21OCT11 ข้อสอบ GAT Vocabulary (Odd One Out)

สวัสดีค่ะน้อง ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog ของพี่แนนเช่นเคยนะคะ ตอนนี้ Blog ของพี่แนน
นำเสนอเนื้อหา เพื่อให้น้องๆเตรียมตัวสอบ GAT กันอยู่ค่ะ โดยเป็นการนำตัวอย่างข้อสอบ
มาเฉลยให้น้องๆเห็นแนวทางการทำโจทย์ประเภทต่างๆ และมีโจทย์ที่น่าสนใจมาให้ฝึกทำ
ดังนั้น ถ้าใครเพิ่งจะแวะเวียนเข้ามา อย่าลืมย้อนดูของวันก่อนๆเพื่อความต่อเนื่องนะคะ

เมื่อวานนี้พี่แนนยกตัวอย่างวิธีการทำโจทย์ Vocabulary ประเภท multi-meaning words
หรือ Polysemy คำศัพท์ที่มีคำแปลได้หลสยความหมาย โจทย์ประเภทนี้วัดความรู้
meaning recognition หรือการจดจำความหมายของคำศัพท์นั่นเองค่ะ

และที่พี่แนนทิ้งท้ายไว้ด้วยโจทย์ข้อนี้ (แอบยากและกำกวมนิดหน่อย แบบที่ GAT ชอบออก)
เฉลยของมันคือ ...



Do you feel a few spots of rain?คุณรู้สึกไหมว่ามีฝนตก นิดหน่อย

1.) Teenagers don't like having spots on their skin.วัยรุ่นไม่ชอบให้มี กระ บนผิวของพวกเขา


2.) He had a spot of grease on his shirt.
เขามี รอย จารบีติดอยู่บนเสื้อ


3.) Can we stop at that fast-food restaurant for a 
spot of lunch?
เราหยุดตรงร้านอาหารจานด่วนเพื่อที่จะทานอาหารกลางวัน นิดหน่อย ได้ไหม


4.) I wore that skirt with the pink 
spots.
ฉันเคยสวมกระโปรงลาย จุด สีชมพู



ดังนั้น เฉลยของข้อนี้คือตัวเลือกที่ 3.) ซึ่ง spot มีความหมายว่า อะไรที่มันนิดๆหน่อยๆ
น้องๆอาจจะบอกว่า ถ้าจะแปลว่า รอย เหมือนกับตัวเลือกข้อ 2.) ไม่ได้เหรอ

อันนี้ต้องดูให้ละเอียดค่ะ เพราะ Do you feel ...? จะไม่ถามสิ่งที่เป็นรูปธรรมมองเห็นได้
ถ้าอย่างนั้นต้องถาม Do you see ...? มากกว่านะคะ
นอกจากนี้ spot ในตัวเลือกข้อ 2.) ทำหน้าที่เป็นคำนามโดยตัวของมันเอง
ขณะที่ spot n. ในโจทย์ มี of rain และในตัวเลือกที่ 3.) มี of lunch มาด้วย
ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นนามด้วยตัวของมันเองค่ะ ปรบมือให้คนตอบถูกด้วยนะคะ เก่งมากเลย :)



สำหรับน้องที่ตอบข้อ 2 มาพี่แนนไม่เสียใจเลยนะคะ แสดงว่าน้องๆเข้าใจลักษณะ
ของโจทย์แบบนี้แล้ว ฝึกทำโจทย์บ่อยๆจะได้รู้จุดหลอกนะจ๊ะ ขอปรบมือให้เช่นกันจ้ะ



น้องๆที่พลาดก็ไม่เป็นไรค่ะ ผิดในนี้ได้ แต่อย่าไปผิดตอนสอบจริง
พี่แนนเป็นกำลังใจให้เสมอ สู้ๆนะคะ



เอาล่ะค่ะ วันนี้เรามาดูข้อสอบ Vocabulary อีกประเภทนึงที่เด็กๆ Enconcept โปรดปราน
มันคือข้อสอบ Odd One Out เลือกคำที่ไม่เข้าพวกออกนั้นเอง

ตัวอย่างเช่น

1.) violent
2.) forceful
3.) aggressive
4.) exciting

ข้อสอบแบบนี้เป็นชนิดที่ "ไม่รู้ศัพท์ = ดับอนาถ" นะคะ เพราะไม่มีบริบทมาช่วยเลย
อาศัยว่ารู้หรือไม่รู้ล้วนๆค่ะ



violent adj. รุนแรง, สาหัส มาจาก violence n. ความรุนแรง, การใช้กำลัง
forceful adj. มีผลอย่างแรง, หนักแหน่น มาจาก force n. กำลัง, พลัง
aggressive adj. ก้าวร้าว
exciting adj. ที่น่าตื่นเต้น



แม้ว่าความหมายจะไม่ได้เหมือนกันทีเดียว แต่เห็นความแตกต่างเลยว่า
ตัวเลือก 1., 2., 3. ความหมายว่ารุนแรง, ดุดัน ออกแนวเชิง -
มีแต่ 4. เท่านั้นที่มีความหมายกลางๆค่อนไปทาง + เฉลย 4. ค่ะ



ต่อไปลองทำโจทย์ต่อไปนี้ดูนะคะ (เนื่องจากมมันไม่ยากเท่าไหร่ พี่แนนให้ไว้ 3 ข้อค่ะ)


1. a.) manifest    b.) eminent    c.) explicit       d.) opponent

2. a.) flashback  b.) antiquity    c.) hereafter   d.) ancient

3. a.) procedure b.) formula     c.) method      d.) function


ติดตามเฉลยได้ในวันพรุ่งนี้เช่นเคยนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

20OCT11 ข้อสอบ GAT Vocabulary (Polysemy)

สวัสดีค่ะน้องๆ อย่างที่พี่แนนเกริ่นไปแล้วว่า การสอบ GAT นั้น upcoming adj.
กำลังจะมาถึงแล้วนะคะ แต่ก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่าจะถูก postpone v. เลื่อนออกไป
อีกเพราะสถานการณ์น้ำท่วมหรือเปล่า อย่างไรก็ตามแล้ว กันไว้ดีกว่าแก้
ถ้ามีเวลา เรามาเตรียมตัวสอบกันไว้ไม่เสียหายนะคะ



เพื่อให้น้องๆสามารถทบทวนความรู้ และฝึกทำโจทย์ก่อนไปสอบ
พี่แนนจะหยิบยกข้อสอบที่น่าสนใจมาเป็นตัวอย่าง เฉลยโจทย์ให้น้องๆดู
แล้วมีโจทย์ที่น่าสนใจอีกข้อให้น้องๆฝึกทำ แต่สำหรับเฉลยข้อนี้

น้องๆต้องติดตามใน blog ของพี่แนนในวันถัดไปนะคะ โอเคไหมคะ? :)


เริ่มต้นด้วยข้อสอบแบบ Polysemy หรือ Multi-meaning words เกี่ยวกับคำศัพท์
ที่มีหลายความหมาย อย่างคำว่า blue เป็น n. แปลว่าสีฟ้า เป็น adj. คือ เศ้รา ก็ได้

หรือในภาษาไทย ก็มีคำว่า ขัน แปลว่า ขันตักน้ำ (น.) ไก่ขัน (กริยา.)
หัวเราะขำขัน (กริยา) หรือ บิดหรือหมุนให้แน่น เช่น ขันน็อต (กริยา) ก็ได้

ตัวอย่างโจทย์จากข้อสอบ GAT เป็นแบบนี้ค่ะ

We were in complete agreement on the topic we were discussing.
1.) Jane's arrival came as a complete surprise for her family.
2.) The booklet is the complete guide to summer events in Oxford.
3.) The book, which comes complete with a CD, costs 350 baht.
4.) The construction of this building will be complete at the end of the year.

น้องๆจะเห็นนะคะว่า มีคำว่า complete อยู่ในทุกประโยคเลย หน้าที่ของเราก็คือต้อง
หาว่าประโยคไหนที่คำว่า complete ในประโยคนั้นตรงกับในโจทย์

เพราะ complete ไม่ได้มีแค่ความหมายเดียวค่ะ มาลองดูกันนะคะ
โจทย์แปลได้ว่า เราเห็นด้วย อย่างมาก กับหัวข้อที่เราได้อภิปรายไป
ตัวเลือกข้อ 1.) การมาถึงของเจนเป็นความประหลาดใจ อย่างมาก ของครอบครัวเธอ
ตัวเลือกข้อ 2.) หนังสือเล่มเล็กๆนั้น เป็นคู่มือแนะนำเหตุการณ์ต่าง ที่สมบูรณ์
ในช่วงฤดูร้อนของเมือง Oxford เห็นไหมคะว่าความหมายไม่ตรงกับโจทย์แล้ว
ตัวเลือกข้อ 3.) หนังสือ เล่มที่มาพร้อมกับ CD เบ็ดเสร็จ คิดราคา 350 บาท
ตัวเลือกข้อ 4.) การก่อสร้างของตึกนี้จะเสร็จ สมบูรณ์ ตอนปลายปี



ดังนั้น คำตอบของข้อนี้คือ 1.) นั่นเองค่ะ ไม่ยากใช่ไหมคะสำหรับข้อสอบแบบนี้
อันนี้เป็ยข้อสอบ GAT จริงๆเลยนะคะ เมื่อเดือน มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา
น้องๆหลายคนคงจะพอคุ้นเคยกันบ้างนะคะ



เอาล่ะค่ะ ลองมาฝึกทำโจทย์ Polysemy ข้อนี้ดู เป็นตัวอย่างที่พี่แนนเลือกมาค่ะ


Do you feel a few spots of rain?
1.) Teenagers don't like having spots on their skin.
2.) He had a spot of grease on his shirt.
3.) Can we stop at that fast-food restaurant for a
spot of lunch?
4.) I wore that skirt with the pink 
spots.



ตอบกันได้ไหมเอ่ย post ไว้ใน comment บน Facebook Krupnan ก็ได้นะคะ


พรุ่งนี้พี่แนนมาเฉลยจ้ะ :)

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

19OCT11 เรียนภาษาอังกฤษจากข่าวจ้า


สวัสดีค่ะ blog สอนภาษาอังกฤษของพี่แนนในวันนี้จะพาน้องๆไปติดตาม
ข่าว และคำศัพท์ สำนวนต่างๆที่น่าสนใจ จากข่าวต่างประเทศนะคะ


วนนี้เป็นข่าวเชิง Political Sciences n. หรือรัฐศาสตร์ เกี่ยวกับ IR หรือ
International Relation n. สาขาที่น้องหลายคนอยากเรียนค่ะ นั่นคือ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั่นเอง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ของประเทศใหญ่
อย่างจีน กับเกาหลีทั้งเหนือและใต้เลยค่ะ

China's vice premier to visit two Koreas

รองนายกรัฐมนตรีของจีนจะเยือนทั้ง 2 เกาหลี


vice- เป็น prefix ที่น่าสนใจค่ะ แปลว่า รอง
ในที่นี้ vice premier n. คือรองนายกรัฐมนตรีนั่นเอง ถ้ารองประธานาธิบดี
เราใช้คำว่า vice president n. นะคะ

รองปรธานบริษัท คือ vice chairman n. ค่ะ
แต่ถ้า novice n. หมายถึงผู้เริ่มต้นฝึกหัด, ผู้อ่อนประสบการณ์



คำว่านายกรัฐมนตรี นอกจาก Premier n. แล้ว ยังมีคำว่า PM ย่อมจาก
Prime Minister n. นะคะ ทวนกันอีกครั้ง MP แปลว่า สมาชิวสภาผู้แทนราษฎร
หรือ Member of Parliament ค่ะ ข่าวจากหนังสือพิมพ์ หรือช่องภาษาอังกฤษ
ส่วนใหญ่ จะใช้คำว่า PM และ MP บ่อยมากๆเลยนะคะ



มาดูเกี่ยวกับ Grammar ของภาษาพาดหัวข่าวกันเล็กน้อยค่ะ
to visit นี้ ในภาษาหนังสือพิมพ์จะมีความหมายเป็น future tense นั่นเองค่ะ
ตรงกับ will visit หรือ is going to visit ก็ได้นะคะ
ตามข่าวรายงานไว้ว่า จะไปเยือนเกาหลีเหนือและใต้ในสัปดาห์หน้า

ประเทศเกาหลีน้น แบ่งออกเป็น North Korea n. เกาหลีเหนือ
และ South Korea n. เกาหลีใต้ค่ะ

กระแส K-pop ที่มาแรงจะ Thai teenagers n. วัยรุ่นไทยตามกันสุดฤทธิ์
มาจากเกาหลีใต้นะคะ เพราะประเทศเกาหลีเหนือมีการปกครองแบบ communism n.
คือแบบคอมมิวนิสต์นั่นเอง



น้องๆทราบไหมคะว่า ที่้เกาหลีใต้เป็นบ้านเกิดของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
คือ บริษัท SAMSUNG ค่ะ บริษัทนี้เองที่มี conflict n. ความขัดแย้ง
กับบริษัทยักษ์ใหญ่ใน America อย่า Apple เรื่อง patent n. สิทธิบัตร
ของอุปกรณ์ประเภท tablet n. นะคะ ไม่ทราบว่าป่านนี้ 



รองนายกรัฐมนตรีจีนคนนี้คือ Li Keqiang ค่ะ ซึ่งมีคำอธิบายว่า
who is tipped to take over the premiership next year


Li Keqiang คนนี้ใกล้จะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมีตรีในปีหน้านี้แล้ว
อย่างนี้ก็ถือว่าสร้างความสัมพัธ์กับประเทศเกาหลีไว้แต่เนิ่นๆนะคะ


tip n. ส่วนปลายสุด
เป็น v. หมายถึงให้เงินรางวัน (คนไทยเรียก "ติ๊บ") หรือให้คำแนะนำ
สำนวนที่น่าสนใจคือ "on the tip of my tongue"
หมายถึง ติดอยู่ที่ปลายลิ้น ใช้ในกรณีที่นึกไม่ออกว่าจะพูดว่าอะไรทั้งๆที่รู้อยู่



อย่างเช่น ไปเจอหน่า celebrity n. ดาราคนหนึ่ง แล้วจำชื่อเค้าไม่ได้
แต่จำได้ว่าเค้าคือใคร แบบนี้เคยเป็นกันไหมคะ?



take over (phrasal verb) หมายถึงเข้าควบคุมหรือเข้ารับตำแหน่งต่อค่ะ
คำนี้ใช้กับกิจการการค้าก็ได้นะคะ ตัวอย่างเช่น Big C took over Carrefour.
ห้้างบิ๊กซีซื้อกิจการห้างคาร์ฟูร์ อันนี้เป็น fact เลยค่ะ

consortium หรือ partnership n. บริษัทหุ้นส่วนหรือความเป็นหุ้นส่วนค่ะ


premiership n. ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือความเป็นนายกรัฐมนตรี
สังเกต -ship เป็น suffix หรือคำลงท้ายที่ทำให้คำนั้นเปลี่ยน part of speech n.
หน้าที่ของคำไปเป็นคำนามนะคะ เช่น relationship n. ความสัมพันธ์
จาก v. คือ relate ค่ะ



เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับคำศัพท์และสำนวนที่น่าสนใจที่พี่แนนนำมาฝากันวันนี้
และเนื่องจาก การสอบ GAT, PAT และสอบตรง ก็ใกล้เข้ามาแล้ว
(ไม่ทราบว่าจะถูกเลื่อนออกไปอีกหรือเปล่า) พี่แนนจำลองออกข้อสอบ
และนำข้อสอบเก่ามาเฉลยน้องๆ ให้ลองฝึกทำดูกันนะคะ

สนใจติดตามได้ที blog ของพี่แนนทุกวันค่ะ

อย่าลืมแบ่งปันความรู้ดีๆให้กับเพื่อนๆ โดยกด share ได้จาก Facebook
ที่ page Krupnan หรือ retweet ได้จาก twitter @krupnan นะคะ :)

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

18OCT11 เรียนภาษาอังกฤษจากข่าวจ้า

สวัสดีค่ะน้องๆ ขอต้อนรับเข้าสู่ Blog สอนภาษาของพี่แนนค่ะ
วันนี้เป็นอีกวันที่เราทุกคน concentrate v. ให้ความสนใจ กับสถานการณ์
ว่าน้ำท่วมจะเข้ามาในเขตกรุงเทพฯหรือเปล่า แต่ด้วยน้ำใจและ
ความช่วยเหลือของคนไทยด้วยกัน ในทุกๆภาค และ moral support n.
กำลังใจ
มอบให้กันและกัน พี่แนนหวังว่า เราจะผ่านมันไปได้ด้วยดีนะคะ



สำหรับภาครัฐบาลก็มีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือ เพื่อ recover v.
ฟื้นฟู
ภาคอุตสาหกรรม และชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน
ก็มีมาตรการในระยะยาวที่จะป้องกันน้ำท่วม เพราะทุกคนต่างก็ worry v.
กังวล
กันว่า น้ำท่วมคราวหน้าจะรุนแรงกว่าคราวนี้นะคะ



อีกอย่างนึง พี่แนนว่า ปัญหา flash flood n. น้ำท่วมฉับพลันแบบนี้
บางคนก็เอามาผูกกับปัญหาทางการเมือง ว่าพรรคนั้นดูแลดีบ้างไม่ดีบ้าง
เวลานี้ อยากให้คนไทยสามัคคีกันมากกว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ค่ะ :)



Government to raise loans for post-flood reconstruction projects
รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มเพื่อมาใช้ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด



government n. รัฐบาล ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัด เราใช้ governor n. นะคะ
เห็นน้องๆหลายคนชอบสะกดผิดเป็น governer ต้องระวังด้วยนะคะ

สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด กรุงเทพมหานคร ท่านมี twitter ของท่านด้วย
ยังไง น้องๆสามารถไปติดตาม เพื่อรับข่าวน้ำท่วมได้ที่ @bangkokgovernor จ้ะ


อีกคำที่น่าสนใจคือ governance n. แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ธรรมาภิบาล
หรือการบริหารงาน กิจการ หรือธุรกิจ อย่างโปร่งใสแและเป็นธรรม
ตัวอย่างเช่น มีการคุ้มครองบุคคลในบริษัท แม้จะมีตำแหน่งเล็กๆ แต่เปิดเผย
เรื่องของการทุจริตภายในหน่วยงานได้ (ปกติจะโดนพวกมีอำนาจไล่ออกหรือขู่)
โดย คนที่นำเรื่องทุจริตมาเปิดเผย เรียกว่า whistle-blower n. ค่ะ
whistle n. นกหวีด blow เป็น v. แปลว่าเป่าเติม -er คือคนที่เป่า
แปลได้ว่า คนเป่านกหวีด (เพื่อให้สัญญาณถึงความไม่ชอบมาพากล) นั่นเองค่ะ ^__^



raise v. มีหลายความหายอีกแล้วค่ะ แปลได้ว่า 1. ยกขึ้น = lift v.
2. เลี้ยงดู ทวนคำศัพท์ที่แปลว่าเลี้ยงดู กันหน่อยค่ะ
feed, breed, bring up/ nurse, nourish, nurture/ raise, rear, tend
ศัพท์ตระกูลนี้ออกสอบบ่อยนะคะน้องๆ
3. ปลูก = grow หรือ breed ก็ได้ค่ะ
4. รวบรวมเงิน ตอนนี้เจอศัพท์ raise ที่แปลว่ารวบรวมเงินเยอะเลยค่ะ

เช่น P'Nan and her students raise their money for flood victims.
พี่แนนและน้องๆรวบรวมเงินให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม


loan v. ให้กู้เงิน แต่ถ้าไปเปิดพจนานุกรมแล้วเจอคำว่า loanword n.
อันนี้หมายถึงคำที่ยืมมาจาก other languages ภาษาอื่นๆค่ะ

loan shark n. คือพวกคนปล่อยกู้ที่คิดดอกเบี้ยแพงมากๆ เปรียบได้กับปลาฉลามทีเดียว
เป็นเงินกู้นอกระบบ ที่บางครั้งต้องจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าจำนวนเงินที่กู้หลายเท่า
เช่น กู้มา 6,000 บาท ต้องจ่ายดอกเบี้ย 50,000 เลยก็มีค่ะ การทำแบบนี้ถือว่า
unlawful adj. ผิดกฎหมายนะคะ


post- เป็นน prefix แปลว่า หลังค่ะ
เวลาเราเรียนหนังสือ จะมี pre-test n. การทดสอบก่อนเรียน
และ post-test n. การทดสอบหลังเรียน ซึ่ง 2 อันนี้มักเป็นข้อสอบชุดเดียวกันเลย

ปัญหาอยู่ตรงที่ หลังเรียนได้คะแนนน้อยกว่าก่อนเรียนซะนี่ 555 (ล้อเล่นค่ะ)

reconstruction n. การสร้างใหม่ เกิดจาก prefix คำว่า re- ที่แปลว่า back, again
construct v. ก่อสร้าง ส่วน construction n. การก่อสร้างค่ะ




ปิดท้ายกันด้วยสำนวน Every cloud has a silver lining.
ตรงกับของไทยที่ว่า ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ
ขอให้น้ำลดแล้ว การฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จะได้ชชำระเงินกู้ให้หมด
แล้วเร่งสร้างฐานะของประเทศกันต่อไปนะคะ :)



อ่านแล้วอย่าลืม share ให้เพื่อนๆด้วยนะคะ




เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

แสดงความคิดเห็น